อาการ เมากัญชา หรือ แพ้กัญชา เป็นอาการที่พบได้บ่อยมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่ประเทศไทยได้ปลกล็อค พืชกัญชา ให้พ้นจากสารเสพติดที่ให้โทษ แถมบางคนยังมีอาการจนถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลกันเลยทีเดียว จะเห็นได้ว่าหลังพืช กัญชา ถูกปลดล็อคแล้ว คนบางส่วนก็ได้ปลูกกัญชาได้ต้นสูงอย่างรวดเร็ว ส่วนร้านอาหารหรือร้านขายเครื่องดื่ม ก็ได้ตอบรับกระแสของ พืชกัญชา ด้วยการรังสรรค์เมนูกัญชา ออกมาวางจำหน่ายกันอย่างกว้างขวาง และไม่ใช่แค่ในส่วนของอาหารเท่านั้นที่พืชกัญชา ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ในวงการแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์ฉุกเฉิน ก็ต้องตั้งรับผู้ป่วยที่มีอาการแพ้กัญชาหรือรับกัญชามาเกินขนาดจนเกิดอาการผิดปกติด้วยเช่นกัน เพราะอย่าลืมว่าในกัญชาก็มีสาร THC ซึ่งเป็นสารเสพติดและสารเมา ที่ส่งผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ได้แม้จะใช้อย่างถูกวิธีก็ตาม ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย เรามาเช็กกันว่าอาการแพ้กัญชาหรือเมากัญชาเป็นแบบไหน แล้วถ้าเผลอรับกัญชาเข้าไปแล้วเกิดเมาหรือแพ้เราควรแก้ยังไงดี

เมากัญชา

ข้อแนะนำเกี่ยวกัญชา (Cannabis) ที่ควรทราบ เพื่อการใช้งานที่ปลอดภัย

กัญชา (Cannabis) เป็นพืชล้มลุกที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียกลาง มีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นสูงประมาณ 1-2 เมตร ใบมีสีเขียวเข้ม ดอกมีสีขาวหรือสีน้ำตาลอมม่วง เมล็ดมีสีน้ำตาล

กัญชามีสารเคมีหลายชนิด สารเคมีที่สำคัญที่สุดคือ เตตระไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) และแคนาบิไดออล (Cannabidiol, CBD) THC เป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ทำให้เกิดอาการเมา ในทางกลับกัน CBD เป็นสารที่ไม่มีผลต่อจิตประสาท แต่เป็นสารที่มีสรรพคุณทางยาหลายประการ

กัญชามีการใช้มาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านการแพทย์และนันทนาการ ในทางการแพทย์ กัญชามีการใช้เพื่อรักษาโรคหลายชนิด เช่น โรคลมชัก โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง โรคมะเร็ง และโรคปวดเรื้อรัง ในทางนันทนาการ กัญชามีการใช้เพื่อผ่อนคลายความเครียด เพิ่มความรู้สึกสนุกสนาน และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

การใช้กัญชาสามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ปริมาณที่ใช้ สายพันธุ์ที่ใช้ วิธีการใช้ และสภาพร่างกายของผู้เสพ อาการเมากัญชาที่พบได้บ่อย ได้แก่ ตาแดง ตาแห้ง ปากแห้ง คอแห้ง มึนงง วิงเวียนศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออก คลื่นไส้ อาเจียน ความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น มีความสุข สนุกสนาน ผ่อนคลาย หรือหวาดระแวง

ในบางกรณี อาการเมากัญชาอาจรุนแรงขึ้นจนทำให้เกิดอาการแพ้กัญชาได้ อาการแพ้กัญชาที่พบได้บ่อย ได้แก่ ลมพิษ บวม หายใจลำบาก ช็อก

ใช้กัญชาอย่างถูกวิธี ทำอย่างไร

กัญชามีจุดเด่นในการแพทย์แผนไทย และตำรับอาหารมาตั้งแต่สมัยโบราณ และกัญชาก็มีรสเมา มีกลิ่นเหม็นเขียว ยาแผนไทยใช้กัญชาเป็นยาระงับความอยากอาหาร เป็นยาชูกำลัง แต่ทำให้ใจสั่น ดอกกัญชาเป็นยาแก้ปวดเส้นประสาท และการนอนไม่หลับต่าง ๆ

นอกจากนี้สรรพคุณ กัญชาทางการแพทย์ ที่มีงานศึกษาวิจัยหลายชิ้นในต่างประเทศ พบว่า มีสรรพคุณเด่นเรื่องการช่วย คลายเครียด และบรรเทาความวิตกกังวลได้ และมีส่วนช่วยรักษา และบรรเทาอาการของโรคร้ายแรงได้หลายโรค  ได้แก่ 

  • ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน จากการได้รับเคมีบำบัด
  • เพิ่มความอยากอาหาร ในผู้ป่วยมะเร็งและเอดส์
  • ลดอาการปวด ทั้งแบบฉับพลันและเรื้อรัง
  • ช่วยควบคุมอาการลมชัก 
  • ลดความดันในตาของผู้ป่วยต้อหิน
  • ป้องกันและรักษาอาการสมองฝ่อ

โดยผู้ที่ต้องระมัดระวังในการรับประทานพืช กัญชา คือ 

  • เด็ก เยาวชน ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี อาจเกิดภาวะเสพติดได้
  • ผู้สูงอายุ
  • หญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร รวมทั้งผู้หญิงที่วางแผนกำลังจะมีบุตร
  • ผู้มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะผู้ที่ตับและไตบกพร่อง ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟารินหรือยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ เพราะกัญชาจะไปเพิ่มฤทธิ์ให้ยาวาร์ฟารินจนเป็นอันตรายต่อร่างกาย
  • ผู้ใช้ยาที่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง เช่น ยารักษากลุ่มโรคทางจิตเวช

เมากัญชา

วิธีสังเกตุอาการ เมากัญชา แพ้กัญชา 

ถึงแม้ว่าพืชกัญชา จะมีสรรพคุณมากมาย แต่ใช่ว่าใครก็จะสามารถกินได้ เพราะในพืช กัญชามีสาร THC ที่จะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง คือ มีฤทธิ์ต่อสมองและทำให้ร่างกายอารมณ์ และจิตใจเปลี่ยนแปลงไป ผู้เริ่มกินเมนูกัญชาควรเริ่มในปริมาณน้อย แค่ครึ่งใบ – 1 ใบต่อวันก่อน

ทั้งนี้ การตอบสนองของร่างกาย เมื่อได้รับกัญชา จะมีความแตกต่างกันแต่ละบุคคล ดังนั้น ควรสังเกตอาการตนเองทุกครั้งเมื่อใช้ 1 – 3 ชั่วโมง โดยให้เน้นใช้เพื่อการแพทย์ในการรักษาโรคเท่านั้น สำหรับอาการผิดปกติที่พบบ่อย ได้แก่ ง่วงนอนมากกว่าปกติ, ปากแห้ง,  คอแห้ง, วิงเวียนศีรษะ, คลื่นไส้อาเจียน

อาการผิดปกติที่ควรไปพบแพทย์ ได้แก่ หัวใจเต้นเร็วและรัวผิดจังหวะ,  เป็นลมหมดสติ, เจ็บหน้าอกร้าวไปที่แขน, เหงื่อแตก ตัวสั่น, อึดอัดหายใจไม่ออก, เดินเซ พูดไม่ชัด สับสน, กระวนกระวาย, วิตกกังวล หวาดระแวงไม่สมเหตุสมผล, หูแว่ว เห็นภาพหลอน, พูดคนเดียว, อารมณ์แปรปรวน

วิธีแก้อาการ เมากัญชา แพ้กัญชา เบื้องต้น

หากมีอาการเมากัญชาเล็กน้อย สามารถใช้วิธีแก้เบื้องต้นได้ดังนี้

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำให้มาก ๆ
  • รับประทานอาหาร
  • อยู่ในที่ร่มหรือที่อากาศถ่ายเทสะดวก
  • หลีกเลี่ยงแสงจ้า
  • ฟังเพลงหรือดูหนังเพื่อผ่อนคลาย

หากอาการเมากัญชารุนแรงขึ้น อาจใช้วิธีแก้เพิ่มเติมได้ดังนี้

  • ดื่มน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเพื่อกระตุ้นให้อาเจียน
  • ดื่มชาชงขิงหรือน้ำขิงเพื่อบรรเทาอาการคลื่นไส้
  • รับประทานยาแก้แพ้ เช่น ไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine)
  • ไปพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น

 

ท้ายที่สุดนี้ แม้ว่ากัญชาจะได้รับกาปลดล็อกแล้วก็ตาม สิ่งที่น่าห่วงอยู่คือ ผู้ที่ไม่เคยใช้และต้องการลองหากลองในปริมาณที่มาก อาจจะส่งผลอันตรายต่อร่างกายได้ ผู้ที่ใช้กัญชาครั้งแรกในรูปแบบยาและอาหารควรเริ่มรับประทานในปริมาณน้อยๆ เพื่อสังเกตอาการตอบสนองต่อกัญชาของตัวเอง